Sport กีฬา

Sport กีฬา 10 ภาพยนตร์ “ผู้ฝึกสอน” กีฬาเยี่ยมที่สุดที่คุณไม่สมควรพลาด แม้เอ่ยถึงเรื่องราวแวดวงกีฬา ณ ในช่วงเวลานี้อาจไม่มีข่าวไหนจะยิ่งใหญ่ไปกว่าการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกคราวแรกในรอบ 30 ปี ของกลุ่มบอลยักษ์ใหญ่ที่เกาะอังกฤษอย่าง “หงส์แดง” หรือ “ลิเวอร์พูล” ที่คนประเทศไทยคุ้นเคยกันดี

ภายหลังที่ก่อนหน้านี้เพียงแค่ 1 ปี สาวก Red Machine พึ่งจะสังสรรค์การคว้าถ้วยยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกสมัยที่ 6 ไปหมาดๆการบรรลุเป้าหมายทั้งผองนี้ย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้ถ้าไม่มี “โค้ช” ที่ชื่อ “เยือร์เกิน คล็อพ” ซึ่งเข้ามาช่วยยกฐานะทีม Sport กีฬา เพื่อเป็นการร่วมยินดีกับเหล่าสาวกลิเวอร์พูล

Sport กีฬา

เราจึงขอ แนะนำ 10 หนัง “โค้ช” กีฬาเยี่ยมที่คุณไม่ควรพลาด

1. MILLION DOLLAR BABY (2004)

เรื่องราวของ “แฟรงกี้ ดันน์” (Clint Eastwood) ผู้ฝึกสอนมวยรุ่นเก๋าที่เคยปั้นนักมวยอาชีพมามากมายก่ายกอง เขาทุ่มเทชีวิตทั้งปวงให้กับมวยจนกระทั่งทำให้เขาห่างเหินกับครอบครัว จนถึงวันหนึ่ง สาวน้อยชื่อ “แมกกี้ ฟิตเจอรัล” (Hilary Swank) เดินเข้ามาในยินพร้อมด้วยขอให้แฟรงกี้ช่วยฝึกฝนเธอให้เป็นนักมวยมืออาชีพ การเดินทางบนเส้นทางนักสู้อันเหี้ยมโหดอำมหิตของโค้ชรุ่นเก๋ากับนักมวยสาวที่มีฝันอันยิ่งใหญ่ก็เลยเริ่มขึ้น

พูดได้ว่าหนังประเด็นนี้ค่อนข้างจะแตกต่างไปจากหนังแนวกีฬาทั่วๆไปที่มักมีกลิ่นอายของภาพยนตร์แนว Feel Good ซึ่งส่วนมากจะเล่าถึงการต่อสู้ฝ่าฝันอุปสรรคต่างๆของตัวละครในช่วงต้นเรื่อง และก็มักลงเอยด้วยชัยอันยิ่งใหญ่ในตอนจบ แม้กระนั้น MILLION DOLLAR BABY กลับดำเนินเรื่องโดยจับเอาโทนของหนัง 2 โทนที่ไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิงให้มาอยู่ในเรื่องเดียวกัน โทนแรกคือโทนของหนักแนวกีฬาทั่วๆไปที่เต็มไปด้วยความ Feel Good จนถึงผู้ชมอาจรู้สึกอมยิ้มและครึกครื้นไปกับมัน แต่ว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง หนังก็จะพาพวกเราดำดิ่งสู่โทนของความ ดราม่า ท้อแท้ เคร่งเคลียด

บางคนอาจถึงกับขนาดสงสารเลยก็มี ยิ่งตัวหนังได้ดาราหนังระดับ “ตำนาน” ของวงการภาพยนตร์อย่าง “คลินต์ อีสต์วุด” ก็ยิ่งทำให้มิติทางอารมณ์แล้วก็การแสดงออกของตัวละครยิ่งสมจริงสมจังและอารมณ์กระทั่งผู้ชมรู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปกับมันได้อย่างไม่ยากเย็น ยืนยันว่าหากคุณดูหนังจบแล้ว คุณจะไม่ประหลาดใจว่าเพราะเหตุไร MILLION DOLLAR BABY ถึงได้รางวัลออสการ์มาถึง 4 สาขา หนึ่งในนั้นคือ รางวัลออสการ์สาขา “ภาพยนตร์เยี่ยมยอด”

2. CREED (2015)

เรื่องราวของ “อโดนิส จอห์นสัน” (ไมเคิล บี จอร์แดน) ลูกชายเพียงคนเดียวของสมัยก่อนแชมป์มวยโลกในตำนานอย่าง “อะพอลโล ครีด” ซึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังไม่กำเนิดด้วยซ้ำ แต่ด้วยสายโลหิตนักสู้ที่พุ่งพรวดอยู่ในตัว อโดนิสเลือกที่จะเดินขึ้นสังวิริยะสะกดรอยบิดา โดยการออกตามหา “ร็อกกี้ บัลบัว” (ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน) นักต่อยคู่แข่งขันชั่วนิจนิรันดร์ของพ่อแล้วก็ขอร้องให้เขาช่วยเป็น “เทรนเนอร์”

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ร็อคกี้” เป็นหนังระดับตำนานที่คนแก่เกือบทุกคนย่อมรู้จักเป็นอย่างดี Sport กีฬา เพราะเหตุว่าร็อคกี้เป็นแฟรนไชส์หนังที่แก่กว่า 30 ปี ตั้งแต่ปี 1976 ที่ร็อคกี้ภาคแรกเข้าฉาย จนถึงถึงภาค 6 ในปี 2006 นอกจากนี้หากพูดถึงชื่อ “ร็อคกี้ บัลบัว” ย่อมจะต้องเอ่ยถึงชื่อ “ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน” เป็นของคู่กัน แม้กระนั้นถึงอย่างงั้นก็จำเป็นต้องยอมรับว่าตัวสตอลโลนก็แก่ค่อนข้างจะมากแล้ว การจะฟิตหุ่นล้ำบึกแสดงบทชั่วร้ายๆราวกับคราวก่อนคงเกิดเรื่องยาก ด้วยเหตุนั้น การส่งไม้ต่อจากร็อคกี้ให้ชราละครรุ่นลูกอย่าง “อโดนิส จอห์นสัน” เพื่อสืบต่อตำนานนักสู้เจ้าสังวิริยะก็เลยดูเป็นช่องทางที่ค่อนข้างลงตัว

นอกเหนือจากนี้ แม้พูดถึงตัวหนัง Creed เกือบจะเดินตามรอยของ “ร็อคกี้” เพราะว่ามันอัดแน่นไปด้วยฉากต่อยมวยที่ตื่นเต้น ยิ่งรวมกับเทคนิคการถ่ายทำและการตัดต่อในขณะนี้ที่เจริญก้าวหน้ายุคของร็อคกี้อย่างมาก ทำให้เราได้มองเห็นดูเหมือนจะทุกหมัด ทุกช็อตบนสังเวียนผ้าใบ ซึ่งทำให้เรารู้สึกสมจริงอย่างกับอยู่บนเวทีด้วยตัวเอง จนถึงบางบุคคลถึงกับจะต้องนั่งเกร็งลุ้นไปกับฉากชกมวย แถมตัวหนังยังออกจะเอาใจสาวกรุ่นก่อนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของร็อคกี้ด้วยการดึงตัวละครแล้วก็ฟุตเทจวิดีโอเก่าๆจากเรื่องร็อคกี้มาอยู่ในหนังให้แฟนๆได้หายคิดถึงอยู่บ้างเล็กๆน้อยๆคนใดกันแน่ที่ประทับใจแฟรนไชส์ร็อคกี้ต้องไม่พลาด Creed

ตัวอย่าง

3. COACH CARTER (2005)

หนังสร้างจากความเป็นจริงของ “โค้ชคาร์เตอร์” (Samuel L. Jackson) ผู้ฝึกสอนกลุ่มบาสเก็ตบอลประจำโรงเรียนมัธยมปลายริชมอนด์ ซึ่งขึ้นชื่อลือชาเรื่องความไร้ระเบียบระเบียบแถมแต่ละคนยังมีผลการเรียนต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนเกือบจะหาอนาคตมิได้ คาร์เตอร์ก็เลยเข้ามาเปลี่ยนทีมบาสเก็ตบอลให้ทุกคนในกลุ่มรู้จักการปรับแก้และก็ปรับปรุงตัวเองทั้งในเรื่องกีฬาแล้วก็การเรียน รวมไปถึงการวางตัวทั้งยังในและนอกสนามสำหรับแข่ง จนกระทั่งทีมสามารถสร้างสถิติการแข่งขันสุดเกินจริงที่ถูกจารึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์บาสเก็ตบอล

เรียกได้ว่า COACH CARTER เป็นหนังแนวกีฬาที่ไม่เหมือนกันกับหนังกีฬาเรื่องอื่นๆเพราะว่าหนังกีฬาส่วนใหญ่มักจะมีส่วนสำคัญอยู่ที่เกมการแข่งขันในสนาม แต่ COACH CARTER กลายเป็นหนังกีฬาที่เน้นย้ำเรื่องราวนอกสนามแข่งเป็นส่วนใหญ่ ด้วยเหตุว่าหนังอยากแสดงให้เห็นถึงปรัชญาการคุมกลุ่มของผู้ฝึกสอนคาร์เตอร์ที่ “กีฬา” จำต้องควบคู่กับ “การเรียน” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระเบียบวินัย

การแต่งกาย การพูดจา รวมไปถึงการวางตัวที่เหมาะสมทั้งในรวมทั้งนอกสนาม สำหรับโค้ชคาร์เตอร์ นักกีฬามากมายเกิดขึ้นมาพร้อมความสามารถพิเศษ แม้กระนั้นจะมีเพียงแค่นักกีฬาที่มีทั้งยังความสามารถพิเศษและรู้จักพัฒนาตนเองแค่นั้นที่จะบรรลุความสำเร็จ หนังเรื่องนี้จะมีผลให้คุณรู้เรื่อง ความหมายของประโยคสุดคลาสสิคที่ว่า “กีฬาเล่นเป็นทีม แพ้เป็นทีม ชนะเป็นทีม” ว่าเป็นยังไง

4. DRAFT DAY (2014)

เรื่องราวของ “ซันนี่ วีเวอร์” (เควิน คอสเนอร์) กุนซืออเมริกันฟุตบอล คลีฟแลนด์ บราวน์ เขากำลังจะจำต้องตัดสินใจเลือกผู้เล่นใหม่เข้าท่าเข้าทางม ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นจุดชี้ชะตาของกลุ่มในอนาคต ท่ามกลางแรงกดดันของเจ้าของทีม เสียงวิจารณ์จากชาวกรุงที่ต่างก็ไม่วางใจให้ซันซี่คุมกลุ่มที่พวกเขารัก รวมถึงปัญหาชีวิตส่วนตัวที่รุมเร้า สิ่งเหล่านี้ถั่งโถมเข้ามาหาเขาอย่างไม่รู้จบ โดยที่เขามีเวลาจัดการทุกๆสิ่งทุกๆอย่างให้สำเร็จลุล่วงเพียงแต่วันเดียว

เชื่อว่าสำหรับชาวไทยอย่างเราๆบางครั้งก็อาจจะไม่คุ้นเคยหรือมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ “อเมริกันฟุตบอล” มากนัก ทำให้คนจำนวนไม่น้อยเวลาดูหนังเกี่ยวกับกีฬาประเภทนี้บางทีก็อาจจะรู้สึกงงมากในกฎกติกาแล้วก็เนื้อหาต่างๆที่ไม่รู้เรื่อง แต่ว่าสำหรับ Draft Day นั้นออกจะไม่เหมือนกันกับหนังอเมริกันฟุตบอลเรื่องอื่น เพราะเหตุว่าตัวหนังแทบไม่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการแข่งขันในสนามแข่งขันเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าเรื่องราวโดยมากโฟกัสไปที่การแข่งขันนอกสนามในส่วนของการฉกชิงตัวนักกีฬาดาวรุ่ง

ซึ่งแต่ละทีมจำเป็นจะต้องแงะลูกล่อลูกชนและก็เคล็ดลับสำหรับในการสนทนาเพื่อให้ได้ตัวนักกีฬาที่ตัวเองหมายมั่นไว้ โดยตัวหนังจะพาพวกเราไปตามติดชีวิตภายใน 1 วันของ “ซันนี่ วีเวอร์” ผู้จัดการทีมคลีฟแลนด์ บราวน์ที่ต้องรับมือกับสถานการณ์สุดบีบคั้นต่างๆที่ถาโถมเข้ามาในวันเดียว ซันนี่จำเป็นจะต้องเลือกระหว่างการยินยอมเชื่อฟังเสียงบีบคั้นรอบข้างหรือเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง ใครที่ชอบหนังแนวชิงไหวชิงพริบเต็มไปด้วยเล่เหลี่ยมแพรวพราวจำต้องไม่พลาด

Rocky (1976)

เมื่อแชมป์โลกมวยรุ่นใหญ่ Apollo Creed ต้องการที่จะให้นักสู้ที่ไม่เคยทราบยิงชื่อว่าเป็นนักประชาสัมพันธ์ที่ไม่เคยรู้ผู้จัดการของเขาเลือก Rocky Balboa ซึ่งเป็นนักสะสมที่ไร้การศึกษาสำหรับปลาฉลามยืมฟิลาเดลเฟีย ร็อคกี้ร่วมมือกับโค้ชไม่กกี้โกลด์มิลล์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเรื่องนี้มากที่สุดกาลครั้งหนึ่งในชีวิต

Rocky 2 (1979)

​หลังจากร็อคกี้ไปไกลกับแชมเปี้ยนของ Apollo Creed ทั้งสองอุตสาหะที่จะสู้กับพวกเขาและเดินต่อไป ร็อคกี้ปักหลักอยู่กับเอเดรียน แต่ไม่สามารถดำรงชีวิตด้วยกันนอกวงแหวนได้ตอนที่ลัทธิค้นหาการแข่งขันชิงชัยเพื่อฟื้นฟูกิตติศัพท์ของเขา เร็วๆนี้ “Master of Disaster” แล้วก็ “Stallion อิตาเลียน” ตั้งอยู่บนทางการประจันหน้ากันสำหรับการต่อสู้ระดับยอดเยี่ยมที่ทารุณโหดร้ายและน่าจำ ที่มา

ROCKY 3 (1982)

ในช่วงเวลานี้แชมป์โลก Rocky Balboa อาศัยอยู่ในความสวยหรูและก็ต่อสู้กับฝั่งตรงข้ามเพียงแค่นั้นที่ไม่เป็นภัยคุกคามต่อเขาในวงแหวน วิถีชีวิตความมั่งมีรวมทั้งความขี้เกียจของเขาสะเทือนเมื่อทหารชายหนุ่มมีชื่อที่รู้จักกันในชื่อ Clubber Lang กำลังท้าการแข่งขันชิงชัย หลังจากที่หอกจาก Lang นักสุภาพอ่อนโยนกลับแปรไปเป็นคู่อริเก่า Apollo Creed ที่ระทมใจเพื่อช่วยให้เขาฟื้นฟอร์มการแข่งขันชิงชัยกับ

Rocky 4 (1985)

​เรื่องย่อ ร็อคกี้ ราชาหมัด…ทุบสังเวียน ภาค 4 Rocky Balboa (Sylvester Stallone) จะต้องต่อสู้เพื่อเกียรติ ผองสหาย แล้วก็ประเทศของเขา โดยเขาจำเป็นต้องชกกับ Drago (Dolph Lundgren) นักชกจากรัสเซีย ผู้ปลิดชีพ Apollo Creed (Carl Weathers) เพื่อนรักของ Rocky ค้างสังเวียนสำหรับการชดครั้งปัจจุบัน Rocky ทราบดีว่าเขาต้องชำระแค้นให้เพื่อนพ้อง และเอาชนะศัตรูคนนี้ให้ได้ เขาก็เลยฝึกหัดอย่างมาก ท่ามกลางอากาศอันเหน็บหนาวของไซบีเรีย เพื่อพร้อมลงศึกกลางกรุงมอสโคว์ ที่จะแพร่ภาพไปทั้งโลกด้วยการช่วยเหลือจาก Creed เขาตั้งใจฝึกจนถึงแกร่ง แล้วก็พร้อมแล้วสำหรับศึกนัดล้างตากับ Lang เพื่อครองแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทให้ได้

Rocky 5 (1990)

​เมื่อ ร็อคกี้ (ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน) กลับถึงหน้าบ้านกำเนิดข้างหลังคุ้มครองตำแหน่งครั้งล่าสุดได้เสร็จ เขาพบว่าเงินที่หามาได้หมดไปด้วยมือของที่ปรึกษาทางด้านการเงินจอมโกงแล้วไม่มีอะไรห่วยกว่าการบาดเจ็บครั้งล่าสุด อาจจะส่งผลให้เขาจำต้องวางมือ เมื่อเป็นแบบนั้น ร็อคกี้ , เอเดรียน (ทาเลีย ไชร์) ภรรยาของเขาและลูกชาย ร็อคกี้ จูเนียร์ (เซจ สตอลโลน) จึงย้ายไปอยู่ย่านคนจนทางตอนใต้ของเมืองฟิลาเดลเฟีย มันทำให้ร็อคกี้ต้องผิดใจกับลูกชายของเขาจนถึงยากผสาน มันเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการที่ร็อคกี้หันไปฝึก ทอมมี่ กัน (ทอมมี่ มอร์ริสัน) นักมวยหนุ่มซึ่งกำลังมีความโด่งดังระดับประเทศเร็วนี้ๆ แล้วก็เมื่อทอมมี่กำเนิดไม่ตรงกันกับครูฝึกอย่างเขา รวมทั้งออกท้าเขาต่อหน้าสาธารณะชน ร็อคกี้ ก็เลยรู้ตัวว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจำต้อง

ROCKY BALBOA (2006) : ร็อคกี้ ราชาหมัด…ตีสังเวียน

เมื่อสามสิบปีก่อน เขาก็เป็นแค่ชายไม่มีอนาคตที่ทำงานให้เจ้าหนี้ปลดปล่อยเงินกู้ยืมรายเล็กๆในย่านเซ้าธ์ไซด์ของฟิลาเดลเฟีย แล้วจู่ๆชะตาฟ้าลิขิตให้ได้ขึ้นสังเวียนกับ อพอลโล ครีด แชมป์โลกผู้เกรียงไกร นั่นเป็นเสี้ยวนาทีที่ชีวิตที่มีโอกาสแค่หนึ่งในล้านอย่างยิ่งจริงๆ ซึ่งก็เขาอยากแค่เพียงจะบรรลุผลสำเร็จขั้นยอดเยี่ยมเท่านั้น ความกล้ากับความทรหดอดทนของเขา อีกทั้งในการดำรงชีพและก็ บนสังเวียนผืนผ้าใบเป็นตัวอย่างที่ความคาดหวังให้กับผู้คนนับล้านชีวิต

CREED (2015) : ครีด

อะโดนิส จอห์นสัน (ไมเคิล บี. จอร์แดน) ลูกชายของ อพอลโล ครีด ซึ่งเขาไม่เคยเห็นหน้าบิดาตนเองที่มีชื่อเลื่องลือ ผู้เป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ซึ่งเสียชีวิตก่อนที่จะเขาจะเกิด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการชกมวยอยู่ในสายโลหิตของเขา อะโดนิสจึงมุ่งหน้าไปที่ฟิลาเดเฟีย สถานที่แข่งนัดที่ตำนานระหว่าง อพอลโล ครีด กับดาวรุ่งที่เข้มแข็งอย่าง ร็อคกี้ บัลโบ (สิลเวสเตอร์ สตอลโลน)

https://funishop.com/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *